แชมป์มวยโลกชาวไทย พิชิต ศิษย์บางพระจันทร์ (4 )

หลังจากได้แชมป์โลก พิชิตย้ายมาอยู่ค่ายส.เพลินจิต มี อิสมาแอล ซาลาส เป็นเทรนเนอร์ พิชิตป้องกันตำแหน่งได้ 5 ครั้งติดต่อกันอย่างสวยสดงดงาม โดยในการป้องกันครั้งที่ 4 ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีกับ อาร์เธอร์ จอห์นสัน นักมวยผิวดำชาวอเมริกันซึ่งมีเทรนเนอร์ระดับโลกคือ แองเจโล่ ดันดี พิชิตกลับทำได้ไม่ดีแต่กลับเป็นฝ่ายชนะคะแนนไปอย่างค้านสายตา

แชมป์มวยโลกชาวไทย พิชิต ศิษย์บางพระจันทร์ (3 )

 

ด้วยเหตุที่พิชิตเป็นมวยหมัดหนัก จนได้รับฉายาว่า ไอ้หมัดผีสิง ทรงชัย รัตนสุบรรณ เห็นว่าน่าจะเอาดีในทางมวยสากลได้จึงนำมาสร้างสรรค์ในแบบมวยสากล มี สุดใจ สัพพะเลข เป็นเทรนเนอร์ ชกชนะรวด 12 ครั้ง ทรงชัยจึงจัดให้พิชิตขึ้นชิงแชมป์โลกรุ่นฟลายเวท IBF เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2535 ที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล สำโรง ซึ่งในครั้งนั้นเป็นยุคที่มืองไทยปลอดแชมป์โลก หลังจากที่ ฟ้าลั่น ลูกมิ่งขวัญ เสียแชมป์โลกให้ แมนนี่ เมลชอร์ ไปแล้วราว 2 เดือนก่อนหน้านี้ ผลการชกปรากฏว่า พิชิตชนะน็อค โรดอลโฟ บลังโก ยก 3 ทำให้ประเทศไทยกลับมามีแชมป์โลกอีกครั้งหนึ่ง พิชิตจึงกลายเป็นแชมป์โลกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งในเวลานั้น

ฟุตบอลโลก 2014 (79 )

หลังจากนั้น เลขาธิการ กสทช. ฐากร ตัณฑสิทธิ์ แถลงว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ติดต่อมายังประธาน กสทช. พลอากาศเอก ธเรศ ปุณศรี เพื่อแจ้งให้ทาง กสทช.ดำเนินการให้ประชาชน สามารถรับชมถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกครั้งนี้ ทั้งหมด 64 นัดผ่านโทรทัศน์ภาคพื้นดิน ซึ่งให้บริการเป็นการทั่วไป (ฟรีทีวี) กสทช.จึงเชิญผู้แทนอาร์เอสบีเอส หารือแนวทางในการชดเชย

ฟุตบอลโลก 2014 (78)

ต่อมาเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2557 เวลา 13:30 น. ศาลปกครองสูงสุด พิพากษาให้อาร์เอสบีเอส ไม่ต้องออกอากาศการแข่งขันฟุตบอลโลก ตามประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่าด้วยหลักเกณฑ์ รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพร่ได้ เฉพาะกับโทรทัศน์ซึ่งให้บริการเป็นการทั่วไป เนื่องจากเป็นการตกลงซื้อขายสิทธิ ก่อนประกาศดังกล่าวจะมีผลใชับังคับ ซึ่งเป็นการพิพากษายืนตามศาลปกครองชั้นต้น

แชมป์มวยโลกชาวไทย สด จิตรลดา (12 )

30 มกราคม พ.ศ. 2526 : ชนะน็อกยก 2 เจ้าเณรน้อย จอมคาถา ที่เวทีมวยช่อง 7 สี

6 พฤษภาคม พ.ศ. 2527 : ชนะน็อกยก 7 วิค เพนแกรม (  ฟิลิปปินส์) ที่ เวทีมวยช่อง 7 สี

ไม่ทราบวัน เดือน พ.ศ. 2527 : ชนะน็อกยก 7 รูดี้ พาลิเกา (ฟิลิปปินส์) ที่ เวทีมวยช่อง 7 สี

ชกนอกรอบ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2529 : ชนะน็อกยก 9 แช มุนจิน (  เกาหลีใต้)

ที่ เวทีมวยชั่วคราวสวนสยาม กรุงเทพฯ

แชมป์มวยโลกชาวไทย สด จิตรลดา (11 )

สถิติการชก

ชกอุ่นเครื่อง และ ชกนอกรอบ

5 ธันวาคม พ.ศ. 2526 : ชนะน็อกยก 4 ศรีธัญญา ศิษย์เสน่ห์ ที่ เวทีมวยช่อง 7 สี

23 มกราคม พ.ศ. 2526 : ชนะคะแนน 6 ยก สุริยะ ปทุมวดี ที่ เวทีมวยช่อง 7 สี

18 ธันวาคม พ.ศ. 2526 : ชนะน็อกยก 3 นิพนธ์ยุทธ ศักดิ์อาดัม ที่เวทีมวยช่อง 7 สี

แชมป์มวยโลกชาวไทย (70) (เวนิส บ.ข.ส. )

หลังเสียแชมป์

ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2516 เวนิส บ.ข.ส. ได้เลื่อนรุ่นขึ้นไปชกในรุ่นแบนตั้มเวท และได้ขึ้นชิงแชมป์โลกในรุ่นนี้ กับ ราฟาเอล เฮอร์เรร่า นักมวยชาวเม็กซิกัน ที่สหรัฐอเมริกา เวนิสชกได้ดี สามารถชกจนเฮอร์ราร่าตาแทบปิด แต่เมื่อครบ 15 ยก แล้ว กรรรมการรวมคะแนนให้เฮอร์เรร่าชนะคะแนนไปอย่างค้านสายตา เวนิสกลับมาชกอีกครั้งจนได้ครองแชมป์ภาคตะวันออกไกลและแปซิฟิก (OPBF) ในปี พ.ศ. 2517 และชนะรวดอีกต่อมา ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2519 เวนิสได้มีโอกาสชิงแชมป์โลกอีกครั้งกับ โรดอลโฟ มาร์ติเนซ นักมวยชาวเม็กซิกัน ที่อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก ปรากฏว่าเวนิสเป็นฝ่ายแพ้คะแนน 15 ยก ไป และครั้งต่อมา ก็ได้เสียแชมป์ภาคฯ ให้กับ ซู ฮวาน ฮอง นักมวยชาวเกาหลีใต้ไปอีก

แชมป์มวยโลกชาวไทย (69) (เวนิส บ.ข.ส. )

เคยชนะชาติชาย เชี่ยวน้อย มาแล้ว พร้อมกับได้แชมป์ของสถาบันเดอะริง (The Ring) ด้วยจากนั้นเวนิสได้เดินทางไปชกนอกรอบกับนักมวยเม็กซิกันถึงถิ่นประเทศเม็กซิโก เมื่อ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2516 โดยชนะน็อกฮูลิโอ กัวเรโรได้ในยกที่ 6 จากนั้นเวนิสต้องสละแชมป์โลกไป เนื่องจากไม่สามารถรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในพิกัดได้

ฟุตบอลโลก 2006 ( 25 )

ส่วนในคู่ที่สองเป็นการพบกันระหว่างสวิตเซอร์แลนด์ (แชมป์กลุ่ม G) กับยูเครน (รองแชมป์กลุ่ม H) ผลการแข่งขันจบลงโดยที่ต่างฝ่ายต่างทำอะไรกันไม่ได้ตลอด 120 นาที เสมอกัน 0-0 ทำให้ต้องไปดวลจุดโทษตัดสินกัน และปรากฏว่าสวิตเซอร์แลนด์กลายเป็นทีมแรกที่ยิงลูกโทษไม่เข้าเลยแม้แต่ลูกเดียวในการยิงลูกโทษตัดสินในฟุตบอลโลกพ่ายต่อยูเครนไป 0-3 และยังทำให้สวิตเซอร์แลนด์กลายเป็นทีมแรกที่ไม่เสียประตูแม้แต่ลูกเดียว (ไม่นับลูกโทษในการยิงลูกโทษตัดสินหลังจบเกม) ในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายอีกด้วย แต่กลับต้องตกเพียงรอบสองเท่านั้น

ฟุตบอลโลก 2006 ( 24 )

แต่อิตาลีก็ยังเหนียวแน่นยันเอาไว้ได้และน่าจะต้องไปถึงการต่อเวลาพิเศษอยู่แล้ว แต่ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีสุดท้ายนี่เองที่อิตาลีมาได้จุดโทษอย่างโชคช่วยจากจังหวะที่ฟาบิโอ กรอสโซ ไปสะดุดผู้เล่นออสเตรเลียล้มในเขตโทษแล้วผู้ตัดสินดันเป่าให้เป็นจุดโทษเฉย ก่อนที่ฟรานเชสโค ตอตตี้จะยิงจุดโทษนั้นเข้าไปช่วยให้อิตาลีเฉือนชนะออสเตรเลียไปได้แบบหืดขึ้นคอ 1-0